ร้าน พลศรีทองพระเครื่อง เว็บ 3 (บู เชียงราย)
www.ponsrithong3.99wat.com
0639695995 โทร/Line
@fsd8020u (มี@)

เว็บนี้เป็นเว็บที่ 3 ส่วนเว็บ2แรก

>> http://www.ponsrithong.99wat.com/

>> http://www.ponsrithong2.99wat.com/

>> http://www.ponsrithong3.99wat.com/

ID.LINE  : @fsd8020u (มี@)

ID.LINE : busoftware52

บู เชียงราย ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม

พระเครื่องทุกองค์รับประกันตามข้อตกลงดังต่อไปนี้

1. พระทุกองค์รับประกันความพอใจ 7 วัน ตั้งแต่วันรับพระ พระไม่ตรงรูปคืนเงินเต็มจำนวน

2. พระทุกองค์รับประกัน แท้ 100% ตามมาตรฐานสากล สมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย

3. หากต้องการคืนพระภายหลัง 7 วันไปแล้ว ทางร้านขอหัก 10-30% หรือรับซื้อคืนตามราคาตลาด ณ.ขณะนั้น โดยพระต้องอยู่ในสภาพเดิม *ไม่ชำรุด หัก บิ่น เสียสภาพ ล้างผิว*

4. พระราคาเกิน 1,000 จัดส่งโดยพัสดุด่วนพิเศษ "EMS" ต่ำกว่านั้นส่งแบบลงทะเบียน

5. พระที่ถูกจองแล้ว หากเกิน30 วันยังไม่ชำระเงินถือว่าสละสิทธิ์(ไม่คืนเงินจอง)

6. พระเกินหมื่นผ่อนจ่ายได้3งวดในระยะเวลา 2 เดือน ผ่อนหมดถึงรับพระ ผ่อนแล้วขอยกเลิกขอหัก 20 % ของราคาพระ *หากเลยเวลาเกิน2เดือนทางร้านคืนเงินให้และขอหัก 20 % ของราคาพระ

มีข้อสอบถามติดต่อได้ที่ โทร : 063-969-5995 บู เชียงราย

 
พระวัดระฆังหลังฆ้อน วาระ 2 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี


  ส่งข้อความ

ชื่อร้านค้า
พลศรีทองพระเครื่อง เว็บ 3 (บู เชียงราย)
โดย
ponsrithong3
ประเภทพระเครื่อง
รูปหล่อ เหรียญหล่อ
ชื่อพระ
พระวัดระฆังหลังฆ้อน วาระ 2 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี
รายละเอียด
พระวัดระฆังหลังฆ้อน สร้างขึ้น 2 วาระ โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี เจ้าประคุณสมเด็จฯ (เจริญ) บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่เยาว์วัย ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระสงฆ์ และได้เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นตามลำดับ จนถึงเป็นพระราชาคณะ เปรียญธรรม 7 ประโยค เชี่ยวชาญทั้งวิปัสสนาธุระ และคันถธุระ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆัง หลังจากที่ สมเด็จพระพุทธบาทปิลันทน์ (ม.จ.ทัด เสนีย์วงศ์) ได้เลื่อนสมณศักดิ์สูงขึ้น แล้วย้ายไปครองวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ ท่าเตียน) ประมาณ พ.ศ.2460 เจ้าประคุณสมเด็จฯ (เจริญ) นับเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ รูปที่ 3 นับจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) และสมเด็จพระพุทธบาทปิลันทน์ (ม.จ.ทัด เสนีย์วงศ์) ท่านได้มีส่วนช่วยสมเด็จพระพุทธบาทปิลันทน์ ในการสร้างพระเครื่อง สมเด็จปิลันทน์ ซึ่งแน่นอนว่า ท่านย่อมได้รับการถ่ายทอดพุทธาคมจากตำราดั้งเดิมของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ในการสร้างพระเครื่องด้วยการสร้างพระเครื่องของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) ย่อมแน่นอนว่า ไม่สร้างให้เหมือน หรือล้อเลียนของอาจารย์ จะเห็นได้ว่า แม้แต่สมเด็จพระพุทธบาทปิลันทน์เองก็ไม่ยอมสร้างพระเครื่องเลียนแบบของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ผู้เป็นอาจารย์ เช่นกัน พระวัดระฆังหลังค้อน ของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) นั้น ท่านได้สร้างให้แตกต่างจากของพระพุทธบาทปิลันทน์ และของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) โดยสิ้นเชิง คือ ท่านได้สร้างเป็น พระเนื้อโลหะผสม ด้วยวิธีเททองหล่อแบบโบราณ โดยมี พระอาจารย์ภา วัดระฆัง เป็นผู้ดำเนินงาน

การสร้างวาระแรก เมื่อ พ.ศ.2462 เพื่อสมนาคุณแก่ผู้บริจาคทรัพย์ซ่อมแซมพระอุโบสถวัดระฆัง หลังเก่า
พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูปนั่งสมาธิ บนบัลลังก์บัว 2 ชั้น ในซุ้มปรกโพธิ์เม็ด องค์เล็กกะทัดรัด กว้างประมาณ 1.5 ซม. สูงประมาณ 2.0 ซม. เนื้อทองผสมที่ใช้ในการหล่อนั้น มีชนวนรูปหล่อพระพุทธชินราช (จำลอง) วัดเบญจมบพิตร และชนวนรูปหล่อ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง ผสมอยู่เป็นจำนวนมาก

กรรมวิธีการหล่อพระ ในวาระแรก พ.ศ.2462 เป็นการหล่อแบบเป็นเส้นยาว ๆ (1 เส้นมีพระหลายองค์เป็นแนวยาว) เมื่อนำพิมพ์พระเข้าหุ่นดินแล้ววางบนรางโลหะ เสร็จแล้วทุบหุ่นดินออก และเคาะพระออกจากรางโลหะ โดยใช้สิ่ว หรือเครื่องมือมีคมตัดพระด้านบน และด้านล่าง ออกเป็นองค์ ๆ จากการเคาะพระออกจากรางโลหะ โดยใช้ค้อนนี้เอง จึงเป็นที่มาของคำว่า หลังค้อน หรืออาจเป็นเพราะว่า มีพระส่วนหนึ่งซึ่งด้านหลังองค์พระมีรอยบุบยุบลงไป เหมือนโดนค้อนทุบก็เป็นได้ และพระส่วนใหญ่ด้านหลังจะเรียบ ไม่มีอักขระเลขยันต์ใด ๆ

พระวัดระฆังหลังค้อน ที่สร้างวาระแรก พ.ศ.2462 มีข้อสังเกต คือ องค์พระจะมีรอยตัดด้านบนและด้านล่าง หรือที่เซียนพระทั้งหลายเรียกกันติดปากว่า ตัดหัวตัดท้าย ด้านข้าง ขององค์พระทั้ง 2 ด้าน ส่วนใหญ่จะไม่มีร่องรอยการตกแต่งด้วยตะไบ เพราะขณะเททองหล่อพระ ขอบข้างชนกับรางโลหะ จะราบเรียบไปเอง แต่ก็มีบ้างที่มีการตกแต่งด้วยตะไบ เพื่อความเรียบร้อย หรือเพื่อให้สวยงาม ซึ่งจะมีร่องรอยเดิมให้เห็นบ้างในบางองค์ และพระส่วนใหญ่จะมีความหนามากกว่า
การสร้างในวาระที่ 2 ประมาณ พ.ศ.2482-2483

เนื่องจากสภาวะการเมืองโลกในขณะนั้น ส่อเค้าว่า จะเกิดสงคราม และประเทศไทยก็ตกอยู่ในสภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเข้าร่วมรบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ช่วงเวลานั้น วัดต่าง ๆ ในเมืองไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณ จะสร้างพระเครื่องขึ้นเพื่อแจกจ่ายแก่ทหาร-ตำรวจ ที่จะต้องออกไปรบ และส่วนหนึ่งเพื่อแจกเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน

วัดระฆังโฆสิตาราม ก็เช่นกัน ได้ดำเนินการจัดสร้าง พระวัดระฆังหลังค้อน ขึ้นอีกวาระหนึ่ง แต่กรรมวิธีการหล่อนั้น แตกต่างไปจากการสร้างวาระแรก คือ เป็นการเทหล่อโบราณแบบเข้าช่อ ตัดก้านชนวน (เหมือนกิ่งไม้) ช่อหนึ่งอาจมีพระ 15-30 องค์ พอเทเสร็จแล้วจะทุบหุ่นดินออก ตัดเอาองค์พระออกจากช่อชนวน แล้วนำพระไปตกแต่งขอบ หรือส่วนที่เป็นเนื้อเกินออกไปให้เรียบร้อย
พระวัดระฆังหลังค้อน ที่สร้างในวาระที่ 2 นั้น จะมีช่อชนวน และมีร่องรอยการตกแต่งขอบรอบองค์พระทุกด้าน เพื่อความเรียบร้อย ขณะเดียวกัน ความหนาขององค์พระ ส่วนใหญ่จะหนาน้อยกว่าองค์พระที่สร้างในวาระแรก พุทธคุณ ของพระวัดระฆังหลังค้อน มีมากมาย เพราะเป็นพระที่มีอายุการสร้างมายาวนาน โดยเฉพาะพระที่สร้างในวาระแรก

ประสบการณ์ที่เป็นเลิศด้านคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาดจากภัยพิบัติทั้งปวง เรื่องคงกระพันชาตรีนั้น สมัยก่อนถึงกับมีคำกล่าวกันว่า “ลงน้ำปลิงไม่เกาะ” ย่อมรับประกันได้ว่า เหนียวจริง ๆ

องค์ในภาพเป็นพระสวย เนื้อจัด โพธิ์เด้ง ยุคต้น พิมพ์มีหู นิยมสุด แท้ดูง่าย เป็นพระเครื่ององค์เล็กที่น่าสะสม น่าแขวนติดตัวเป็นอย่างยิ่ง เป็นพระของดี พระมีหมุนเวียนในตลาด ราคามีแต่ขยับขึ้นเรื่อย ๆ ประสบการณ์เลื่องลือมานาน องค์พระขนาดเล็ก กะทัดรัด
ราคา
โชว์
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
0639695995
ID LINE
@fsd8020u (มี@)
จำนวนการเข้าชม
24 ครั้ง
บัญชีธนาคารที่ใช้ยืนยันตัวตน
ธนาคารไทยพาณิชย์ / 282-2-248xx-x